
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม และยังคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้สามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ได้ใหม่ เพื่อช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน จึงนำงานวิจัยภายใต้โครงการ “ การประยุกต์ใช้มาตรฐานสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Office)” มาใช้ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและช่วยลดก๊าซเรือนกระจกของสำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศไทย

โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช.เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ให้ความสำคัญอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาได้เข้ามามีส่วนส่งเสริมทุกภาคส่วนให้ตระหนักถึงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุสำคัญของการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน จึงได้นำโครงการวิจัยการประยุกต์ใช้มาตรฐานสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Office) มาใช้เพื่อลดการใช้พลังงานและก๊าซเรือนกระจกของสำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานของสถาบันการศึกษาของประเทศไทย ” ของ รศ.ดร.สยาม อรุณศรีมรกต คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล จึงนับว่าเป็นการตอบโจทย์ที่ดีมากต่อการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในสำนักงาน

รศ.ดร.สยาม อรุณศรีมรกต คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า ผลงานวิจัย ฯ ดังกล่าว เป็นการทำงานวิจัยร่วมกันกับคณะทำงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาการนำหลักการสำนักงานสีเขียวมาประยุกต์ใช้เพื่อลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในสำนักงานและเปรียบเทียบปริมาณการใช้ทรัพยากร พลังงาน เชื้อเพลิง ปริมาณของเสียและปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของหน่วยงานที่สมัครเข้าร่วมโครงการสำนักงานสีเขียว ปี 2563

การศึกษาใช้ข้อมูลทั้งหมด 33 สำนักงาน แบ่งเป็นบริษัทเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างละ 6 สำนักงานหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันอุดมศึกษาอย่างละ 7 สำนักงาน ปรากฎว่าเมื่อสมัครเข้าร่วมโครงการสำนักงานสีเขียวประจำปี 2563 ทุกสำนักงานมีการกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมโดยผู้บริหาร รวมทั้งกำหนดแผนการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียวประจำปี และกำหนดค่าเป้าหมายในการลดปริมาณการใช้ทรัพยากร พลังงาน เชื้อเพลิง ปริมาณของเสียและปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา และยังมีการจัดฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับที่มาและความสำคัญของโครงการสำนักงานสีเขียว


โดยมาตรการที่ได้รับความสนใจ และมีการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางทั่วโลก คือ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) ที่เน้นให้มีการปรับเปลี่ยนการผลิต และการบริโภคให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุด ทุกภาคส่วนต่างเร่งรณรงค์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อลดการใช้และประหยัดพลังงานผ่านทางมาตรการต่าง ๆที่ได้กำหนด จึงเป็นที่มาของ สำนักงานสีเขียว (Green Office) ซึ่งหมายถึงสำนักงานและกิจกรรมต่าง ๆ ภายในสำนักงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดโดยการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างรู้คุณค่า รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้สำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญจะต้องปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาในปริมาณที่ต่ำ


ดังนั้นการศึกษาประสิทธิภาพการลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการประยุกต์ใช้มาตรฐานสำนักงานสีเขียวในประเทศไทย จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆสามารถกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม แผนการดำเนินงานประจำปี และค่าเป้าหมายในการใช้ทรัพยากร พลังงาน เชื้อเพลิง ปริมาณของเสีย เพื่อนำมาคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกภายในสำนักงาน ซึ่งจะช่วยให้มีแนวทางในการดำเนินโครงการสำนักงานสีเขียวและจัดทำกลยุทธ์ในการลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตต่อไป
