งดใช้ถุงพลาสติก ทางออกหรือแค่แก้ปัญหาปลายทางกับการจัดการขยะพลาสติกทั่วโลก

       

        ปัญหาขยะพลาสติกกำลังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทุกประเทศ เกิดกระแสที่พูดได้เลยว่าเป็นปัญหาระดับโลกก็ว่าได้ โดยส่วนมากประเทศพัฒนาแล้วได้มีการใช้นโยบายการจัดการขยะพลาสติกอย่างจริงจังและเห็นผลการลดลงของขยะพลาสติกผ่านทางสถิติได้อย่างชัดเจน และการจัดการขยะในแต่ละประเทศก็มีการออกนโยบายที่แตกต่างเพื่อเป็นการลดขยะที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการใช้ซ้ำที่มากขึ้นมากว่าสถิติที่มีการใช้งานเพียง 7วินาทีหลังจากได้รับถุงพลาสติกจากการซื้อของแล้วจากร้านค้า

        พลาสติกโพลีเอทิลีนที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกนั้น ถูกผลิตขึ้นอย่างบังเอิญราวปี 1933 ที่โรงงานเคมีในประเทศอังกฤษ และถูกนำมาใช้อย่างลับๆ ในกองทัพอังกฤษ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และ ต่อมาราวปี 1965 นักวิศวกรชาวสวีเดนอย่าง Sten Gustaf Thulin ได้พัฒนาถุงพลาสติกให้กับบริษัท Celloplast ซึ่งเป็นบริษัทผู้บุกเบิกในด้านการแปรรูปพลาสติก และวัตถุประสงค์ในการคิดค้นคือการลดการใช้ถุงกระดาษในสมัยนั้นที่ใช้กันอย่างสิ้นเปลืองต้องการลดการตัดไม้ และถุงพลาสติกได้รับการพัฒนาเป็นทางเลือกแทนถุงกระดาษซึ่งทำให้การลดการตัดไม้ทำลายป่าลง ทางเลือกใหม่เสนอความทนทานนานขึ้นซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก และสามารถใช้ได้หลายครั้งกว่าที่ถุงกระดาษแบบเดิม ๆ สามารถจัดการได้ ทำให้ตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมาถุงพลาสติกก็ถูกใช้อย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา เพราะมันมีคุณภาพดีมากกว่าถุงกระดาษ มีรายงานว่าในปี 2001 ทุกๆ หนึ่งนาทีมีการใช้ถุงพลาสติกกว่าหนึ่งล้านถุง

        เดิมทีถุงพลาสติกถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยรักษาโลกใบนี้ไว้และวัตถุประสงค์ของผู้คิดค้น คือ ถุงพลาสติกควรจะถูกนำมาใช้ซ้ำหลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่ไม่เป็นเช่นนั้น
ในขณะที่ตามที่สหประชาชาติรางาน มีการผลิตถุงพลาสติกในอัตราหนึ่งล้านล้านถุงต่อปี ดังนั้นหลาย ๆ ประเทศจึงสั่งห้ามใช้ถุงพลาสติก โดยบังคลาเทศเป็นประเทศแรกที่สั่งห้ามใช้ถุงพลาสติกเหล่านี้ในปี 2002 ตั้งแต่นั้นมาในหลาย ๆ ประเทศได้ดำเนินตามในรูปแบบเดีวกัน คือรณรงค์ งดใช้ถุงพลาสติก อย่างไรก็ตามหนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือถุงพลาสติกส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกนำไปรีไซเคิล และมันมักสิ้นสุดในหลุมฝังกลบที่พวกมันใช้เวลาเป็น 1,000 ปีในการย่อยสลาย เพราะกว่า 80% ของปัญหาขยะพลาสติกล้นเมืองที่ไหลลงสู่ทะเลกลายเป็นปัญหาระดับโลก ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาอย่างมากมาย หลายประเทศได้ให้ความสนใจที่จะหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น การออกนโยบายการจัดการขยะพลาสติกด้วยการเก็บภาษีสำหรับถุงพลาสติก การออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติก การรณรงค์เรื่อง Recycle เป็นต้น วันนี้เรามาดู 6 ประเทศตัวอย่างกันว่า มีนโยบายจัดการ กำจัดและลดจำนวนขยะพลาสติกที่น่าสนใจอย่างไร

1. ประเทศสวีเดน ประเทศที่ขาดแคลนขยะ
        ในปี 1940 ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกยังไม่ตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกล้นเมือง แต่ประเทศสวีเดนได้เริ่มต้นโครงการคัดแยกขยะ และ นำขยะที่คัดแยกแล้วกลับมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้ในปัจจุบัน ประเทศสวีเดนสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่นำขยะกลับมาใช้เป็นพลังงานได้โดยแทบไม่ก่อให้เกิดมลพิษใด ๆ นอกจากนี้ขยะในประเทศสวีเดนสามารถนำไป reuse ได้กว่า96% มีขยะเพียง0.08% เท่านั้นที่ฝังกลบ

2. ประเทศเยอรมนี ประเทศแห่งขยะรีไซเคิล
        ในปี 1996 ประเทศเยอรมนีได้ออกกฎหมายควบคุมขยะมูลฝอยในทุกภาคส่วนของประเทศไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนของการผลิต จำหน่าย หรือ บริโภค รวมถึงให้คัดแยกขยะก่อนทิ้งทุกครั้ง นอกจากนี้มีการเก็บภาษีรีไซเคิลจากร้านค้าทุกร้านที่มีถุงพลาสติกแจกลูกค้า และ ยังมีระบบมัดจำค่าขวดพลาสติกที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคส่งคืนขวดเพื่อนำไปรีไซเคิลต่อไป ขวดพลาสติกชนิดใช้ซ้ำได้ถึง (multi-use bottles) 64% และ ต่อมาจำนวนการเลือกใช้ขวดพลาสติกชนิดใช้ซ้ำได้ก็ลดลงเหลือดพียงแค่ 46%

3. ประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่มีวิธีการจัดการขยะมากมาย
        ในปี 2002 ประเทศญี่ปุ่น ได้ส่งเสริมให้นำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ โดยคำนึงถึงหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) จึงได้มีการออกกฎหมายเฉพาะตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ กฎหมายดังกล่าวทำให้ประเทศญี่ปุ่นลดการทิ้งขยะจากประชากรในประเทศได้ถึง 40%

4. ประเทศบังกลาเทศ ปรับผู้ใช้พลาสติกหนักถึง 2,000 ดอลลาร์
        ในปี 2002 ประเทศบังคลาเทศได้ประกาศกฎหมายห้ามผลิตและงดแจกถุงพลาสติกแก่ผู้ซื้อ หากฝ่าฝืนจะถูกปรับครั้งละ 2,000 ดอลลาร์ เนื่องจากในปี 1988 และ ปี 1998 ประเทศบังคลาเทศได้เกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ สาเหตุเพราะขยะพลาสติกจำนวนมากไปอุดตันในท่อระบายน้ำ มาตรการดังกล่าว ส่งผลให้ประชากรในประเทศไม่กล้าใช้และทิ้งถุงพลาสติกตามท้องถนน จึงทำให้ปริมาณขยะจากถุงพลาสติกลดลงอย่างมาก

5. ประเทศอังกฤษ เก็บภาษีถุงพลาสติก และห้ามใช้พลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง
        ในปี 2015 ประเทศอังกฤษได้เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมถุงพลาสติกจากผู้บริโภคในร้านค้าใหญ่ ๆมีแผนที่จะนำระบบมัดจำขวดพลาสติกมาใช้ ห้ามใช้หลอดดูดพลาสติก แท่งพลาสติกสำหรับคนกาแฟ และ ก้านสำลีแคะหู วิธีการดังกล่าวทำให้ประเทศอังกฤษสามารถลดการใช้พลาสติกได้มากกว่า 80% ส่งผลให้สามารถลดงบประมาณค่ากำจัดขยะมูลฝอยได้ 60 ล้านปอนด์ และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 13 ล้านปอนด์

6. ประเทศไต้หวัน ห้ามใช้พลาสติกในประเทศ
        ในปี 2018 ประเทศไต้หวันได้ประกาศใช้มาตรการห้ามใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และแก้วเครื่องดื่ม ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะห้ามอย่างครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2030 โดยในปัจจุบัน ร้านอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไต้หวัน ได้งดการให้หลอดดูดพลาสติกในร้านอาหาร และ ภายในปี 2050 ประชากรในประเทศจะต้องจ่ายเงินหากมีการใช้หลอดพลาสติกอยู่

        ในขณะที่ประเทศไทยของเรานั้น ได้ติดอันดับประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ท้องทะเลมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก และ เป็นประเทศที่มีปัญหาขยะพลาสติกปริมาณมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี ส่งผล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป จะมีการนำร่องงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 100% ทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อรายใหญ่ โดยตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2022 ประเทศไทยจะสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกที่ต้องนำไปกำจัดได้ประมาณ 0.78 ล้านตันต่อปี ทำให้ประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะมูลฝอยได้ถึง 3,900 ล้านบาทต่อปี

        การตื่นตัวทั่วโลกในเรื่องของขยะพลาสติกทำให้แต่ละประเทศต้องออกนโยบายออกมาเพื่อที่จะจัดการปัญกาดังกล่าว มาดูนโยบายรัฐในการจัดการและลดพลาสติกของต่างชาติ
นโยบายจัดการและกำจัดขยะพลาสติกทั่วโลก ว่ามีวิธีการจัดการอย่างไรและผลลัพธ์ที่ได้ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน
สหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ เก็บภาษีถุงพลาสติกและห้ามใช้พลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งเก็บค่าธรรมเนียมถุงพลาสติกจากผู้บริโภคในร้านค้าใหญ่ ๆ ใบละ 5 เพนซ์ (2.14 บาท)
ไอร์แลนด์ ผู้บุกเบิกเก็บภาษีถุงพลาสติกโดยการเก็บภาษีถุงพลาสติก 15 ยูโรเซนต์ต่อใบ ผลลัพธ์จากนโยบายนี้สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 90% และยังลดปริมาณขยะมูลฝอยได้จำนวนมาก
เดนมาร์ก ประเทศตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการลดการใช้พลาสติก ทำให้เดนมาร์คลดการใช้ถุงพลาสติกจากเดิมได้ถึง 66% สามารถรีไซเคิลขวดพลาสติกได้ถึง 90% ของขวดพลาสติกที่รับคืนในระบบ
เยอรมนี เมืองแห่งขยะรีไซเคิล เยอรมันออกกฎหมายควบคุมขยะมูลฝอยในทุกภาคส่วนของประเทศไม่ว่าจะเป็นผลิต ขาย หรือแม้แต่บริโภค นโยบายนี้ขวดพลาสติกในท้องตลาดเป็นขวดชนิดใช้ซ้ำได้ (multi-use bottles) 64% และต่อมาการใช้ขวดชนิดนี้ก็ลดลงเหลือ 46%

        สวีเดน ระบบจัดการดีจนประเทศขาดแคลนขยะ ขยะในประเทศสามารถนำไป reuse ได้เกือบทั้งหมด มีเพียงแค่ 4% ที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้และต้องนำไปถมที่แทน อีกทั้งยังมีโครงการแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้าซึ่งผลิตไฟฟ้าใช้ ปีละมากกว่า 800,000 ต่อปี เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า สวีเดนยังมีระบบมัดจำค่าขวดพลาสติกที่เก็บเงินค่าขวดจากผู้บริโภคหากไม่นำขวดที่ใช้เสร็จแล้วไปคืน ณ จุดรับคืน จึงทำให้สวีเดนมีขวดพลาสติกที่รีไซเคิลได้ถึง 90% ของขวดพลาสติกทั้งหมด ระบบมัดจำถุงพลาสติก 0.5 โครนาสวีเดน (1.86 บาท) ต่อใบ โดยเมื่อผู้บริโภคนำถุงมาคืนก็จะได้รับเงินคืน เพื่อป้องกันการทิ้งถุงพลาสติกไปอย่างเสียเปล่า

        ออสเตรเลีย ลด 1 ใน 3 ของถุงพลาสติกได้ มีการห้ามใช้ถุงพลาสติกชนิด PE แบบใช้ครั้งเดียวทุกชนิดที่บางกว่า 35 ไมครอน โดยรัฐบาลออสเตรเลียรณรงค์ให้พลเมืองใช้ถุงที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ (reusable bags) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการห้ามนี้ก็ประสบความสำเร็จ เพราะสามารถกำจัดขยะพลาสติกที่จะส่งไปหลุมฝังกลบได้ถึง 1 ใน 3 จากปริมาณเดิม เพราะต้องการลดขยะถุงพลาสติกให้มากกว่าเดิม เนื่องจากปริมาณขยะถุงพลาสติกทั้งประเทศมีจำนวนมากกว่า 3.2 พันล้านตันต่อปี

        สหรัฐอเมริกา ออกกฎควบคุมพลาสติกแค่บางรัฐ อเมริกา แม้ยังไม่มีคำสั่งห้ามหรือการเก็บภาษีกับถุงขยะพลาสติกทั่วประเทศ แต่ก็มีบางรัฐที่ออกมาตรการควบคุมพลาสติก
ซานฟรานซิสโกเป็นเมืองแรกของอเมริกาที่มีการห้ามถุงพลาสติกเด็ดขาด จากนโยบายนี้ทำให้มลพิษจากถุงพลาสติกได้ถึง 72%

        จีน ขยะพลาสติกสูงถึง 3 ล้านตันต่อปี ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก จึงไม่แปลกที่อัตราการใช้ถุงพลาสติกจะสูงตามไปด้วย พบว่าใน 1 ปี ทั่วทั้งประเทศสร้างขยะถุงพลาสติกสูงถึง 3 ล้านตันต่อปี (คิดเป็นการใช้ถุงพลาสติกถึงประมาณ 3,000 ล้านใบ/วัน) ดังนั้น รัฐบาลจีนได้มีคำสั่งห้ามร้านค้าและห้างสรรพสินค้าจัดเตรียมถุงพลาสติกฟรีที่มีขนาดบางกว่า 0.25 มิลลิเมตรให้กับลูกค้า และเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อใช้ถุงพลาสติก ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้จีนลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 40,000 ล้านใบ แต่ในร้านค้าปลีกเล็ก ๆ ก็ยังคงมีให้ถุงพลาสติกฟรีอยู่

        ญี่ปุ่น มีวิธีการจัดการขยะมากมาย คนญี่ปุ่นทุกคนมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบการจัดการขยะ ประกอบกับกฎหมายซึ่งนำมาบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประเทศญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในด้านการจัดการขยะสูง

        ไต้หวัน ประเทศน้องใหม่มาแรงด้านการจัดการพลาสติก ประกาศถึงมาตรการห้ามใช้ถุงพลาสติก พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และแก้วเครื่องดื่ม ซึ่งจะห้ามอย่างครอบคลุมภายในปี ค.ศ. 2030 โดยในปี ค.ศ. 2019 ร้านอาหารและเครื่องดื่มในไต้หวันจะงดการให้หลอดฟรีในร้านอาหาร และในปี ค.ศ. 2050 ชาวไต้หวันจะต้องจ่ายเงินหากมีการใช้หลอดพลาสติกอยู่

        บังกลาเทศ ปรับหนักถึง 2,000 ดอลลาร์ มาตรการดังส่งผลให้ชาวบังกลาเทศไม่กล้าใช้และทิ้งถุงพลาสติกตามท้องถนน จึงทำให้ปริมาณขยะจากถุงพลาสติกลดลงอย่างมาก


ASEAN
อินโดนีเซีย ปี ค.ศ. 2016 อินโดนีเซียใช้งบประมาณถึง 1 พันล้านในการลดปริมาณขยะพลาสติก โดยรัฐบาลอินโดนีเซียได้ทดลองเก็บภาษีถุงพลาสติก แม้ในช่วงต้นจะเกิดกระแสต่อต้านจากประชาชนเป็นส่วนใหญ่ แต่สุดท้ายรัฐบาลก็สามารถลดปริมาณถุงพลาสติกได้จำนวนมาก

กัมพูชา ปี ค.ศ. 2019 กัมพูชาตั้งเป้าลดการใช้ถุงพลาสติกให้ได้ 50% โดยเก็บเงินค่าถุงพลาสติกจากผู้บริโภค ขณะที่ทางการกำลังพิจารณาห้ามผลิต นำเข้า และจำหน่ายถุงพลาสติกที่บางกว่า 0.03 มิลลิเมตร และมีความกว้างน้อยกว่า 30 เซนติเมตร โดย ภายใน และจะเก็บเงินค่าถุงพลาสติกเพิ่มขึ้นทั่วประเทศในปี 2020

พม่า เมียนมาร์ ปี ค.ศ. 2009 บริษัทผู้ผลิตถุงพลาสติกในย่างกุ้งได้รับคำสั่งจากรัฐบาลในขณะนั้นให้ยกเลิกการผลิตถุงพลาสติกได้ออกมาตรการห้ามใช้ถุงพลาสติกในหลายเมือง อาทิเช่น มัณฑะเลย์ บากัน และเนปิดอว์ นอกจากนี้รัฐบาลเมียนมาร์ยังประกาศให้พื้นที่เมืองมิตจีนาและเมืองสะกายเป็นพื้นที่ปลอดถุงพลาสติกอีกด้วย และยังยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกในเมืองย่างกุ้ง

มาเลเซีย ปี ค.ศ. 2015 เก็บภาษีถุงพลาสติกเฉพาะเขตเมืองปีนัง พร้อมทั้งรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกและโฟมเฉพาะวันเสาร์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2016 ทั้งยังแก้ไขกฎหมายเพื่อสนับสนุนการรณรงค์ด้วยการกำหนดให้ผู้ค้าปลีก ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าในห้างสรรพสินค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตต้องยอมรับข้อกำหนดนี้ เมื่อสมัครหรือต่ออายุใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ ผู้ซื้อต้องการใช้ถุงพลาสติก ต้องจ่าย 20 เซ็นต์ต่อถุงพลาสติก 1 ใบ

ไทย ขยะพลาสติกในไทยมีประมาณปีละมากกว่า 2 ล้านตัน การจัดการขยะในไทยคือ
35% ฝังกลบ 64%ทิ้งกลางแจ้งและเผาทิ้ง 1%เตาเผา ซึ่งในจำนวนนี้เกือบครึ่งเป็นขยะที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเล และทิ้งมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก ทำให้ไทย เริ่มตระหนักถึงปัญหาการจัดการขยะพลาสติก ปี ค.ศ. 2019 โดยตั้งเป้าหมายในการลดและเลิกใช้พลาสติก บางประเภท เช่น พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเลิกใช้พลาสติกประเภทถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบบางใช้ครั้งเดียวทิ้ง และหลอดพลาสติก ภายในปี ค.ศ. 2022

ข่าวล่าสุด

เนื้อหาที่เปิดอ่าน
1175134
1362210
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
949
2514
5362
1351752
31041
31501
1362210