
ตามที่รัฐบาลประกาศนโยบายเร่งรัดพัฒนาประเทศด้วยการใช้โมเดลทางเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า "BCG" ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศโดยตั้งเป้าหมายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมในระยะเวลา 5 ปี เป็นการร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจำนวน 18 หน่วยงาน ซึ่งการประชุมสมัชชาในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงโอกาสและศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาทุกๆด้านโดยใช้BCG เช่นปรับแก้กฎหมาย ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สร้างตลาด มาตรการทางการเงิน การเร่งรัดความสามารถด้านการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี การกระจายความรู้ และเทคโนโลยีไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ

พล.อ.ประยุทธ กล่าวว่า วันนี้โลกใบเดียวมีหลายมหาอำนาจ เราต้องรักษาสมดุลให้ได้ ย้ำว่าทุกประเทศไม่ได้รังเกียจประเทศไทย แต่เราต้องยึดโยงตลาดโลกด้วย วันนี้ทุกประเทศได้รับผลกระทบจากโควิด ดังนั้นต้องรักษาวินัยเอาใจใส่ และเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้วย ตนอยากให้ทำBCG โมเดลเป็นการขับเคลื่อนนโยบายที่สอดคล้องกับรัฐบาลนิวนอร์มอลมีหลักคิดมายด์เซท บูรณาการและประเมินผล ข้อสำคัญการมีส่วนร่วมของประชาชนต้องทำให้ประชาชนเข้าใจให้ได้ วันนี้ยังมีระยะห่างระหว่างข้าราชการประชาชน ซึ่งต้องลงไปพบประชาชนในพื้นที่ดังนั้นต้องไม่ทำงานบนโต๊ะอย่างเดียว นอกจากนี้ขอให้ทำโครงการให้เป็นผลสำเร็จ


ทั้งนี้โมเดลเศรษฐกิจ BCG คือการตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน เน้นการพัฒนาโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง กระจายรายได้อย่างเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ ลดการใช้ทรัพยากร ลดปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงจากโรคระบาดในคน สัตว์และพืช ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน
เขียนข่าว พรชนก กุลหาบซ้อน
