สวทช. ก้าวเข้าสู่ 3 ทศวรรษ กับการสร้างงานวิจัยสู่สังคม ยกระดับคุณภาพชีวิต ผลักดันเศรษฐกิจรากฐาน ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม สู่การเติบโตของประเทศ.....
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานแถลงข่าว สรุปผลงาน สวทช. ประจำปี 2563 NSTDA Beyond Limits: 3 Decades of Impacts: 3 ทศวรรษ แห่งความต่อเนื่อง ความสำคัญและผลกระทบ โดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำทีมผู้บริหารศูนย์วิจัยแห่งชาติ พร้อมการจัดนิทรรศการตัวอย่างความสำเร็จของผลงานวิจัย มุ่งมั่นสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนประเทศมาตลอด 30 ปี โดยนำความเชี่ยวชาญมาต่อยอดสร้างนวัตกรรมหนุนเสริมภาคชุมชนและอุตสาหกรรม เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
โดย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล กุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า งานแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการสรุปถึงภาพรวมผลงานวิจัยเด่นด้านเกษตรและอาหาร ที่มุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างยั่งยืนทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม
ดร.ณรงค์ กล่าวต่ออีกว่า สวทช. มุ่งเป้าวิจัยกลุ่มพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข้าว มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น อีกทั้งยังรับมือกับภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งทนทานต่อโรคและแมลง สำหรับการพัฒนาระบบบริหารจัดการการผลิตข้าว ได้มีการจัดทำฐานข้อมูลทางพันธุกรรมและลักษณะเด่นของสายพันธุ์ข้าวไทย 250 สายพันธุ์ โมบายแอปพลิเคชันตรวจวินิจฉัย 12 โรคสำคัญในข้าว รวมทั้งมีการใช้ระบบจัดการงานวิจัยด้านการปรับปรุงพันธุ์พืชในระดับภูมิภาคอาเซียน
ในส่วนของ มันสำปะหลัง มีการพัฒนาสายพันธุ์พิรุณ 1, 2 และ 4 พันธุ์เกษตรศาสตร์ 72 ซึ่งโดยรวมมีลักษณะเด่นที่ให้แป้งสูงและปริมาณไซยาไนด์ต่ำ ในด้านการแปรรูปได้พัฒนาฟลาวมันสำปะหลังไซยาไนด์ต่ำปราศจากกลูเตนสำหรับทำเบเกอรี่และขนมปัง ถุงพลาสติกสลายตัวได้จากมันสำปะหลังสำหรับใช้แยกขยะอินทรีย์ และสวทช. ได้นำเทคโนโลยีตรวจโรคใบด่างมันสำปะหลังด้วยเทคนิคอีไลซา (ELISA) และการผลิตท่อนพันธุ์มันปลอดโรคใบด่างฯ ไปช่วยกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรในการคัดกรองท่อนพันธุ์มันสำปะหลังปลอดโรค
ขณะที่ อ้อย มีการวิจัยค้นพบเครื่องหมายโมเลกุลในการคัดเลือกสายพันธุ์อ้อยที่มีพันธุกรรมหวาน พร้อมทั้งพัฒนาพันธุ์อ้อยพันธุ์ภูเขียว 2 และภูเขียว 3 อ้อยพันธุ์ดีที่มีความหวานและผลผลิตสูง ซึ่งได้รับการรับรองเป็นพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตร ในด้านการผลิตมีการพัฒนาโมเดลการจัดการเกษตรแปลงใหญ่สำหรับอ้อยโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงชุดตรวจ Dextran ปนเปื้อนในกระบวนการผลิตน้ำตาล เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำตาลในกระบวนการผลิต สำหรับ ยางพารา สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและการใช้ประโยชน์น้ำยางตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น เทคโนโลยีที่ช่วยรักษาสภาพน้ำยางไม่ให้เน่าเสีย การใช้สารทดแทนแอมโมเนียที่เป็นอันตราย รวมถึงการพัฒนาน้ำยางดิบเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ”
ดร.ณรงค์ กล่าวว่า ในด้านอาหารและอาหารสัตว์ สวทช. วิจัยและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารที่หลากหลายในระบบอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ ตัวอย่างอาหารคน เช่น เทคโนโลยีการเร่งการหมักน้ำปลาด้วยเอนไซม์ การพัฒนาต้นเชื้อสำหรับหมักแหนม ผักกาดดอง และน้ำส้มผลไม้ เพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค การพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น เครื่องดื่มโปรตีนสูง ไส้กรอกไขมันต่ำ ผลิตภัณฑ์ไข่เหลวพาสเจอร์ไรซ์ ขนมปังปราศจากกลูเตน ส่วนอาหารสัตว์ มีทั้งการพัฒนาอาหารสัตว์หมักและจุลินทรีย์สำหรับอาหารสัตว์ นวัตกรรมสารดูดจับชีวพิษเชื้อราในอาหารสัตว์ ไข่ออกแบบได้ Pentozyme เอนไซม์ประสิทธิภาพสูงสำหรับสัตว์ อีกทั้งยังมีการตั้งโรงงานผลิตเชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพแห่งแรกในประเทศไทยเพื่อผลิตเชื้อจุลินทรีย์และอาหารสัตว์หมักชีวภาพในระดับอุตสาหกรรมด้วย
จากการสร้างผลงานที่ผ่านมาจนก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ของ สวทช. ทำให้เราได้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของงานวิจัยที่นำมาต่อยอดจนเกิดเป็นชิ้นงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับการขับเคลื่อนประเทศอย่างมากมาย และ สวทช.ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อการสร้างและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในประเทศ ทั้งในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม โดยนำวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นจากบุคคลากรที่มีศักยภาพของสวทช.นำออกมาต่อยอดจนเกิดเป็นธุรกิจที่เป็นส่วนช่วยในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า จากนี้เราจะมาติดตามกันต่อไปว่า จากนี้ สวทช.ที่เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่สร้างสรรค์งานวิจัยที่จับต้องและไปต่อได้จะมีงานอะไรออกมาสู่การพัฒนาประเทศต่อไปอีก.....
