หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับนานาชาติ

 

        วช. ขับเคลื่อนความร่วมมือการวิจัย “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค มุ่งให้ความสำคัญใน 2 ประเด็นหลัก คือ การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ และภาวะภัยพิบัติต่าง ๆ พร้อมหนุนไทยพัฒนาประเทศเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว 

        ประเทศไทยได้จัดตั้ง “ศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติดิจิทัล หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (DBAR)” ในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง อันเป็นโครงการความร่วมมือระดับนานาชาติ ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กับ สถาบันวิทยาศาสตร์จีน หรือ Chinese Academy of Sciences (CAS) สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหนึ่งในจำนวน 8 ศูนย์ทั่วโลก ที่ได้มีการจัดตั้งในประเทศต่าง ๆ ได้แก่ ไทย ฟินแลนด์ อิตาลี ปากีสถาน โมรอคโค รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และแซมเบีย โดยศูนย์ DBAR แห่งนี้ วช. เป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศนานาชาติแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

        ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้รับเชิญให้กล่าวบรรยาย Keynote Speech ในพิธีเปิดการประชุม “4th Digital Belt and Road Conference” ที่เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีสาระสำคัญว่า การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญ และเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของโลก เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เป้าหมายของโครงการ ที่มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) และจะช่วยสนับสนุนให้ไทยพัฒนาประเทศเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว 

        นอกจากนี้ การร่วมพัฒนาแพลตฟอร์ม CASEarth ที่ใช้ระบบข้อมูล Big Earth Data จะช่วยเสริมการดำเนินงานโครงการในระดับภูมิภาคโดยเฉพาะด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติดิจิทัล “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” กรุงเทพฯ ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาคและนานาชาติ ซึ่งจะช่วยให้บรรลุวิสัยทัศน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยเฉพาะประเทศไทยและภูมิภาค จะได้รับประโยชน์จากกรอบความร่วมมือดังกล่าว 

        ศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติดิจิทัล “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” กรุงเทพฯ เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ The Digital Belt and Road (DBAR) Program สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences) โดย วช. ร่วมกับอีก 3 หน่วยงาน คือ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ Gistda และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำการวิจัยและบูรณาการข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การศึกษาวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม การเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการวิจัย รวมทั้งการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ที่มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็นหลักคือ การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ และภาวะภัยพิบัติต่าง ๆ 

        โดยไทยมีโครงการนำร่อง 2 โครงการ คือ 1) การประเมินความสามารถการจำลองภูมิอากาศของแบบจำลอง CAS-ESM และการคาดการณ์ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอนาคต ในพื้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ 2) การประเมินเชิงบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจโลก ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย รวมทั้งจะส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค ASEAN ในการแบ่งปันความเชี่ยวชาญ ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูล Big Earth Data ผ่านแพลตฟอร์มข้อมูลหลัก "CASEarth" ซึ่งพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ 1,200 คน จาก 130 สถาบันทั่วโลก เพื่อแก้ปัญหาคอขวดในการเข้าถึงและการแบ่งปันข้อมูล เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ รวมถึงการสร้างระบบสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบาย ซึ่งสามารถนำมาสนับสนุนการดำเนินงานในประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 

        สำหรับการประชุม “4th Digital Belt and Road Conference” ได้จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 16-19 ธันวาคม 2562 ณ เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความร่วมมือ การสร้างเครือข่าย และการทำงานร่วมกัน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค ให้บรรลุเป้าหมายแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goal: SDGs) ในประเทศ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (One Belt One Road) ทำความเข้าใจและสื่อสารปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน สำหรับตัวชี้วัดเป้าหมาย การพัฒนาอย่างยั่งยืน ความท้าทายและความสำเร็จในการใช้ Big Earth Data จากประสบการณ์ในปัจจุบันหรือโครงการที่เสร็จสมบูรณ์ โดยมีนักวิจัยและผู้บริหาร จำนวน 350 คน จาก 30 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้


ข่าวล่าสุด

เนื้อหาที่เปิดอ่าน
1161520
1348348
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
723
1233
5661
1334019
17179
31501
1348348