NIA จุดพลัง เดินหน้าโครงการ “หมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม” นำร่อง “น่าน” 1 ในจังหวัดยากจน หวังชุมชนมีส่วนร่วม อัพคุณภาพชีวิต 8,000 ครัวเรือน
ทริปนี้ จะพาคุณผู้ชม เหิน...ฟ้า ไปกันที่ “จังหวัดน่าน” ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุด...ในภาคเหนือของประเทศไทย กับคำขวัญที่ว่า “แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง”
จังหวัดน่าน ถือเป็นจังหวัดยากจน ที่ประชากรมีรายได้น้อย ไม่เกิน 30,000 บาท/ครัวเรือน/ปี น่าน เลยเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมาย ที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA มุ่งนำนวัตกรรมไปใช้ในพื้นที่ชุมชนเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรรมเป็นส่วนใหญ่
ในวันแรก....เราเดินทางบุกป่า ฝ่าดง ลุยขึ้นภูเขา เพื่อไปสัมผัสพื้นที่การเกษตรที่ชาวบ้านใช้ทำกิน ซึ่งช่วงนี้แห้งแล้งและขาดแคลนน้ำอย่างหนัก จึงจำเป็นต้องมีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์พื้นที่ชุมชนแห่งนี้

เริ่มกันที่...นวัตกรรมแรก กับโครงการ “Neo Solar ระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรบนพื้นที่สูง” ซึ่งใช้เทคโนโลยี “ลอร่า” เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุด ใช้ที่นี่เป็นแห่งแรก สูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้งานผ่าน Web Application โดยการใช้ซิมการ์ดเหมือนกับโทรศัพท์มือถือ ติดตั้งระบบที่ความสูง 80 เมตร ระยะห่าง 350 เมตร ซึ่งยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

ถัดมา... นวัตกรรมตัวที่ 2 กับโครงการ “ระบบสูบน้ำแบบขั้นบันไดพลังงานแสงอาทิตย์” ที่นำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้สำหรับสูบน้ำ จากแหล่งน้ำที่อยู่ต่ำกว่าพื้นที่ตั้งของชุมชน ถูกออกแบบให้เป็นลักษณะขั้นบันไดเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ที่เป็นที่ลาดชัน หุบเขา ด้วยแนวคิด แปลงวิกฤติให้เป็นโอกาส “ดึงน้ำขึ้นสู่ที่สูง” เพื่อสูบน้ำไปยังพื้นที่ห่างไกล ใช้ในการเกษตร ทดแทนการใช้ระบบสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าหรือน้ำมัน

นวัตกรรมที่ 3 กับโครงการ “ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบโดมร่วมกับการแผ่รังสีอินฟราเรดระยะไกลจากแผ่นเซรามิก” โดยวิสาหกิจชุมชนแม่ญิงเมืองจัง เพื่อขยายกำลังการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าวเกรียบไก ข้าวเกรียบฟักทอง กล้วยหนึบ-อบพลังงานแสงอาทิตย์ ให้ความร้อนรวดเร็ว ช่วยประหยัดพลังงาน ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดี รองรับความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารและอบแห้งในอนาคต

นวัตกรรมที่ 4 กับโครงการ “YAKSA: เครื่องอัดขยะในครัวเรือน” เจ้าเครื่องนี้ สามารถบีบอัดขยะได้ทั้งขวดพลาสติก กระป๋องอลูมิเนียม และถุงพลาสติก ให้เป็นก้อนที่มีขนาด 30 x 30 x 30 ลูกบาศก์เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บ บำรุงรักษาได้ง่าย และต้นทุนการผลิตต่ำ เครื่องนี้ ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท จุดคุ้มทุนอยู่ที่ประมาณ 1 ปี 6 เดือน โดยช่วงไหนที่ขยะมีราคาดี จึงค่อยขาย เปรียบเสมือนราคาทองคำ มีขึ้น มีลง ยังไงยังงั้น เลยก็ว่าได้

มาถึงนวัตกรรมที่ 5 กับโครงการ “การบริหารจัดการขยะชุมชนเป็นผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” โดย ดร.ประชุม คำพุฒ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เพื่อผลิตวัสดุก่อสร้างจากเศษขยะพลาสติกชุมชน มาเป็นมวลรวมน้ำหนักเบา ประกอบด้วย กระเบื้องคอนกรีตปูพื้น คอนกรีตบล็อกประสานปูพื้นและขอบคันหิน เพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ อันจะช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกและสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกด้วย

สุดท้าย นวัตกรรมตัวที่ 6 กับโครงการ “Organic Circle : นวัตกรรมการปลูกผักและเลี้ยงสัตว์อินทรีย์ครบวงจร” ออกแบบแอปพลิเคชั่น ควบคุมการตรวจวัดอุณหภูมิดิน สภาพอากาศ ความชื้น และการเหนี่ยวนำไฟฟ้าในดิน รักษาความสดของผัก ตั้งแต่แปลงผลิตถึงมือผู้บริโภค และการเลี้ยงแกะอินทรีย์ ที่คุณผู้ชมเห็นกันอยู่ในขณะนี้ มีแกะตัวเล็ก ตัวน้อยจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในชุมชนต่อไป

และนี่ก็เป็นทั้ง 6 นวัตกรรม ในโครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเพื่อสังคม หรือ Social Innovation Village ที่ทางสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA , คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร ภาคีเครือข่าย ผู้นำท้องถิ่น พื้นที่จังหวัดน่าน มุ่งหวังตั้งใจยกระดับชุมชน ของกลุ่มจังหวัดยากจนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการสรรค์สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมนำโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพ เข้าไปแก้ไขปัญหาหรือตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ ถือได้ว่าเป็นกุญแจที่สำคัญที่จะช่วยสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคม
ผู้สื่อข่าว : นันธวัฒน์ กิ่งนอก
ช่างภาพ : ฐิติวัชร์ ตรีธนานุสรณ์
ที่ปรึกษา : จิรวัฒน์ จุฑาวุฒิกุล
####################################
