
สำนักงานนวัตรกรรมแห่งชาติ หรือ NIAเปิดเวที INNO4 FARMERS เผยผลสำเร็จจากการดำเนินงานโครงการ จับคู่สตาร์ทอัพสาย Deep tech กับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่10+1 ราย เพื่อส่งต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรในประเทศไทย โดยมุ่งผลักดัน 3 เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) Big Data , loT และ Sensors รวมถึง ระบบโดรน(Done) และ หุ่นยนต์ (Robot)
เมื่อวันที่1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตรกรรม สำนักงานนวัตรกรรมแห่งชาติ(NIA) เผยข้อมูลว่า สำหรับการดำเนินโครงการนี้ NIA ต้องการจะพัฒนาสตาร์ทอัพด้านการเกษตรที่อยู่ในประเทศไทยให้มีความแข่งแกร่ง และมุ่งยกระดับเทคโนโลยีที่กำลังดำเนินอยู่ไปสู่เทคโนโลยีเชิงลึก(Deep Teach)
โดย จับคู่สตาร์ทอัพ สาย Deep Tech หรือผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรเชิงลึกกับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ 10+1 ราย เพื่อให้มาร่วมทรานส์ฟอร์มเกษตรกรรมไทย
สำหรับโครงการนี้ มุ่งเน้นเทคโนโลยีเชิงลึก 3 นวัตรกรรม ได้แก่ เทคโนโลยี
Artificial Intelligence (AI) Big Data , loT และ Sensors รวมถึง ระบบโดรน(Done) และ หุ่นยนต์ (Robot) ทั้ง 3 กลุ่มนี้ ถือว่ามีความเหมาะสมต่อบริบทการเกษตรในประเทศไทย ในส่วนของ AI สามารถนำมาต่อยอดได้จากฐานข้อมูลที่มีอยู่ sensor ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาให้ควบคู่ไปกับการเกิดขึ้นของ 5Gและการรายงานผลแบบเรียลไทม์ รวมถึงสภาพดินฟ้าอากาศในประเทศไทยที่ไม่สามารถควบคุมได้และไม่มีความแน่นอน และหุ่นยนต์ก็มีความจำเป็นอย่างมากในการทำงานแทนมนุษย์ในส่วนที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้หรือในสถานการณ์ที่เสี่ยง รวมถึงรองรับการลดลงของแรงงานภาคเกษตรที่คาดว่าจะมีจำนวนไม่มากเท่ากับในปัจจุบัน
ด้าน คุณมณฑา ไก่หิรัญ ผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรม ฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม กล่าวว่า ในโครงการนี้ต้องการสร้างผู้นำในการเปลี่ยนแปลง Deep tech ในประเทศเรามีเกษตรกรกว่า หลายล้านคน เรามุ่งหวังอยากให้เกษตรมีรายได้ที่ดีขึ้นและลดต้นทุน จึงต้องมีการคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมเหล่าขึ้นมาและคาดหวังว่าจะช่วยกระเศรษกิจด้านการเกษตรให้ดีขึ้นต่อไป
ในส่วนของงานวันนี้ทางคณะกรรมการ มีการร่วมกันลงคะแนนและมอบตำแหน่ง ให้นวัตกรรมที่น่าสนใจและเป็น เดอะเบส อินโนฟอร์ฟาร์มเมอร์ คือ บริษัทซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจปศุสัตว์ กับทีมสตาร์ทอัพ HyPerm&CheckMate ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI สำหรับแพลตฟอร์มถูกสร้างขึ้นเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับภาวะเป็นสัดในปศุสัตว์สำหรับโคนมโดยมีความแม่นยำถึง95% อีกทั้งยังมีการเปิด ป๊อปปูล่าโหวต โดยให้ผู้ที่มาร่วมงานและสื่อมวลชนร่วมกันโหวตว่าสตาร์ทอัพ ทั้ง11 ราย นวัตกรรมชิ้นไหนเป็นที่น่าสนใจที่สุด และทีมที่ได้ ป๊อปปูล่าโหวต คือ บริษัท ทักษิณปาล์ม (2521) จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มครบวงจร กับทีมสตาร์ทอัพ Novy Drone อากาศยานไร้คนขับสำหรับการตรวจสอบป้องกันโรคและศัตรูพืช ด้าน คุณกฤตธัช สารทรานนท์ ผู้ผลิตและจำหน่ายโดรนเพื่อการเกษตร กล่าวว่า Novy dron เป็น
นวัตรกรรมที่เหมาะกับพืชเกษตรแปลงใหญ่โดยเกษตร สามารถระบุแปลงได้เลยว่ามีเท่าไหร่ระบบก็จะคำนวณผลผลิต ซึ่งถ้าใช้คนในการตรวจสอบก็อาจจะมีการผิดพลาดได้มากกว่า
อีกทั้งยังตรวจสอบสภาพดินและความอุดมสมบูรณ์ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ดร.กริชผกา กล่าวทิ้งท้ายว่า การบ่มเพาะสตาร์ทอัพในครั้งนี้จะเน้นไปที่การเชื่อมต่อทางธุรกิจที่จะเกิดการร่วมมือกันทำงานระหว่างสตาร์ทอัพและองค์กรพันธมิตรชั้นนำในภาคเกษตร ทำให้สตาร์ทอัพสายเกษตรได้พิสูจน์ผลงาน ได้ลงมือทำงานจริงกับลูกค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ ในขณะเดียวกันองค์กรที่ร่วมโครงการก็จะได้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงสร้างระบบนิเวศและต่อยอดธุรกิจ และที่สำคัญยิ่งคือ การสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาตอบโจทย์ให้กับเกษตรกร ก่อให้เกิดพลิกโฉมการเกษตรตามนโยบายของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ทางNIA จะมีการนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้กับธุรกิจประเภทอื่นในโครงการต่อไป
