วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ วช. นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมความก้าวหน้าโครงการวิจัย เรื่อง “การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนหลงลับแลและหมอนทองเชิงพาณิชย์ในเขตภาคเหนือตอนล่าง” ดำเนินโครงการฯ โดย รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท และคณะนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างมาตรฐานทุเรียนพันธุ์ท้องถิ่นในการตรวจสอบคุณภาพ เตรียมพร้อมการส่งออกในอนาคตและเป็นการเพิ่มองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้มาปรับใช้ เพื่อให้เกิดผลิตผลที่มีคุณภาพ ณ สวนหลินลับแล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

อ่านเพิ่มเติม...

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้ทุนสนับสนุนแก่ รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท แห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการดำเนินโครงการวิจัย เรื่อง “การศึกษาผลของการฉายรังสีต่อคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวมะม่วงมหาชนกและส้มโอเพื่อการส่งออกประเทศสหรัฐอเมริกา” เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการฉายรังสีผลไม้เพื่อการส่งออกของประเทศไทยไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ วช. นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมความสำเร็จของโครงการดังกล่าว เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ณ สวนลุงแล และศูนย์ส่งออกส้มโอบ้านโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร

อ่านเพิ่มเติม...

 

ม.เกษตร ผนึกกำลังพันธมิตร เปิดบริบทใหม่เห็ดเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมไทย ชวนผู้สนใจร่วมงาน“วันเห็ดเศรษฐกิจไทย 2023 ณ อำเภอเพนียด จังหวัดลพบุรี

รศ.สุวิสา พัฒนเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม เลขานุการคณะทำงานนโยบายบูรณาการส่วนงานเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต มก. เป็นประธานแถลงข่าวการจัดกิจกรรม“วันเห็ดเศรษฐกิจไทย 2023” พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้แก่ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันอานนท์ไบโอเทค, เภสัชกร ดร.พิสิฐ อุ่ยรุ่งโรจน์ ประธานคณะทำงานโครงการนวัตกรรมยกระดับเห็ดเป็นยาและพืชสมุนไพร, นายศุภชัย พันธุกานนท์ คณะทำงานโครงการยกระดับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เห็ดเป็นยา และประธานกองทุนศรัทธาเกษตร & เกษตร 32, นายชัย นิมากร คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, นายจิรศักดิ์ สุยาคำ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนา SMEs และ Start up ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ผศ.ดร.สุนทร  พิพิธ​แสงจันทร์ นายก​สมาคมสมาคม​พืชสวน​แห่ง​ประเทศไทย, ผศ.ดร.กอบศักดิ์ วันธงไชย คณบดีคณะวนศาสตร์ ร่วมการแถลงข่าว

อ่านเพิ่มเติม...

บริษัท วีไอพี อกริคัลเจอร์ จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ กับ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ในการพัฒนาโครงการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบการปลูกพืช เห็ดและสมุนไพร ด้วยระบบสมาร์ทฟาร์มในระบบโรงเรือนปิด ที่จะนำไปสู่การพัฒนางานวิจัยตามแนวทาง BCG economy เพื่อพัฒนานักวิทยาศาสตร์ฯ รุ่นใหม่ ไปสู่ยุคการเกษตร 4.0 ของ SCI-TU ในอนาคต รวมถึงการส่งนักศึกษาเข้าฝึกงานในหน่วยงาน     

อ่านเพิ่มเติม...

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เผยฝุ่นละอองในอากาศเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นทั่วโลกและกำลังเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทย โดยพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ฝุ่นขนาดเล็กมาก มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่เกิน 2.5 ไมครอน เกินค่ามาตรฐานทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑลและอีกหลายจังหวัด ฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กมากนี้นอกจากจะทำให้มีปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือดแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อผิวหนังด้วยเช่นกัน

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผิวหนังเป็นอวัยวะหลักที่ต้องเผชิญกับสิ่งแวดล้อมและมลภาวะต่างๆ ตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ฝุ่นละอองดังกล่าวจะส่งผลต่อผิวหนังด้วยข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สามารถจับตัวกับสารเคมีและโลหะต่างๆและนำพาเข้าสู่ผิวหนัง มีผลทำร้ายเซลล์ผิวหนังโดยตรง และทำให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังผิดปกติ ทั้งในด้านกลไกการป้องกันของผิวหนังจากสิ่งแวดล้อมภายนอกและการซ่อมแซมผิวหนัง กระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคผิวหนังอยู่เดิม เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือโรคผื่นผิวหนังอักเสบ จะมีการระคายเคืองคันมากยิ่งขึ้น ผื่นกำเริบมากขึ้นได้

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสัมผัสกับฝุ่นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวเสื่อมชราได้เร็วขึ้นนอกเหนือจากปัจจัยทางแสงแดดและการสูบบุหรี่ การศึกษาในประเทศเยอรมนีและประเทศจีน พบว่าการสัมผัสกับฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นเวลานานมีผลทำให้ผิวเสื่อมชรา โดยพบการเกิดจุดด่างดำเพิ่มมากขึ้นบริเวณใบหน้าและการเกิดริ้วรอยบริเวณร่องแก้มมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบต่อผิวหนังได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้น การปกป้องผิวหนังให้สัมผัสกับฝุ่นดังกล่าวให้น้อยที่สุดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีโรคผิวหนังอยู่เดิมเพื่อป้องกันไม่ให้โรคกำเริบมากยิ่งขึ้น

 

 ข้อมูล :  กรมการแพทย์

 

ข่าวล่าสุด

เนื้อหาที่เปิดอ่าน
1161808
1348653
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
1028
1233
5966
1334019
17484
31501
1348653